ขนมไทยโบราณในเทศกาล


ของหวานในพิธีบูชาและก็เทศกาล

ขนมไทยโบราณมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตไทยในทุกเทศกาลแล้วก็ช่องทางต่างๆบอกให้เห็นถึงความสัมพันธ์และก็เป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมไทยตั้งแต่อดีตกาล ของหวานที่ใช้ในเทศกาลและก็พิธีการต่างๆของไทยตลอดทั้งปีสรุปได้ดังต่อไปนี้ 918kiss

ขนมไทยโบราณในเทศกาล

งานวันตรุษวันสงกรานต์ ที่พระประแดง แล้วก็จังหวัดราชบุรี ใช้กะละแมเป็นของหวานประงานวันตรุษ

สารทไทย เดือน 10 ทุกภาคเว้นเสียแต่ภาคใต้ ใช้กระยาสารทเป็นของหวานหลัก ยิ่งกว่านั้น อาจมี ข้าวยาคู ข้าวข้าวทิพย์ ข้าวทิพย์ ส่วนทางภาคใต้ จะมี ของหวานสารทเดือนสิบ โดยใช้ของหวานลา ของหวานพอง ของหวานท่อนใต้ ของหวานบ้า ของหวานเจาะหูหรือของหวานดีซำ ของหวานต้ม (ข้าวเหนียวใส่น้ำกะทิห่อใบกะพ้อต้ม ไม่เหมือนกับของหวานต้มของภาคกึ่งกลาง) ยาสาด (กระยาสารท) ยาคราวม (กะละแม) โดยของหวานแต่ละประเภทที่ใช้สื่อความหมายเป็น ของหวานพอง เป็นแพพาผ่านห้วงห้วงน้ำใหญ่ ของหวานกงหรือของหวานไข่ปลา เป็นเครื่องเพชรพลอย ของหวานดีซำเป็นเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย ของหวานบ้า ใช้เป็นลูกสะบ้า ของหวานลาเป็นเสื้อผ้าภูษา

เทศกาลวันออกพรรษา การตักบาตรเทโม้ เดือน 11 นิยมทำข้าวต้มผัดห่อด้วยใบกล้วยหรือใบอ้อย จารีตนี้มาจากความศรัทธาทางศาสนาที่ว่า เมื่อพสกนิกรไปรอคอยรับเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อทรงพุทธดำเนินจากที่ประทับกลับสู่โลกมนุษย์ในเมืองสังกัสสะ ชาวกรุงที่ไปคอยรับเสด็จได้นำข้าวต้มผัดไปเป็นเสบียงอาหารระหว่างรอคอย บางท้องที่มีการทำข้าวต้มลูกโยนตักบาตรด้วยดังเช่น คนไทยเชื้อสายมอญที่จังหวัดราชบุรี

ในตอนวันออกพรรษา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีจารีตลากพระรวมทั้งใส่บาตรหน้าล้อ ซึ่งจะใช้ของหวานสองจำพวกเป็น ห่อต้ม (ข้าวเหนียวผัดน้ำกะทิห่อเป็นสามเหลี่ยมด้วยใบพ้อ) แล้วก็ห่อผูก (ราวกับห่อต้มแต่ว่าห่อด้วยใบจากหรือใบมะพร้าวอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมใช้เชือกผูก)

ในตอนรักษาศีลอดในเดือนรอมฎอน คนไทยชาวมุสลิมนิยมกินของหวานอาเก๊าะ

เดือนอ้าย มีพิธีเลี้ยงขนมเบื้อง เมื่อดวงตะวันโคจรเข้าราศีธนู นิมนต์สงฆ์ 80 รูป มาฉันขนมเบื้องในพระที่นั่งอมรินทรพินิจฉัย

เดือนอ้ายในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีจารีตให้ทานไฟ โดยราษฎรจะจุดไฟรวมทั้งเชิญชวนสงฆ์มาผิงไฟ ของหวานที่ใช้ในงานนี้มี ขนมเบื้อง ขนมครก ของหวานกรอก ของหวานจูจุน กล้วยทอด ข้าวเหนียวกวน ของหวานกรุบ ข้าวเกรียบปากหม้อ )

เดือนสาม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจารีตประเพณีบุญข้าวย่าง ซึ่งจะทำข้าวย่างไปทำบุญสุนทานที่วัด

คนไทยชาวมุสลิมมีขนบธรรมเนียมกวนของหวานอาซูรอคอยในวันที่ 10 ของเดือนมูฮรอม11

ขนมไทยโบราณในพิธีการแล้วก็ความเชื่อถือ

การสะเดาะเคราะห์รวมทั้งแก้บนของนักแสดงวายัง-มะโย่งของคนประเทศไทยชาวมุสลิมทางภาคใต้ ใช้ข้าวเหนียวสามสี (ขาว เหลือง แดง) ข้าวพอง (ฆีแน) ข้าวตอกแตก (มือเตะ) รา (กาหงะ) รวมทั้งของหวานเจาะหู (ลีงอโต๊ะแว)

ในพิธีการเข้าสุหนัต ขึ้นบ้านใหม่ สมรส นำเรือใหม่ลงน้ำ คนไทยชาวมุสลิมนิยมทำของหวานฆานม

ของหวานที่ใช้ในงานสมรส ในภาคกึ่งกลางนอกกรุงเทพมหานครออกไปจะมีของหวานกงเป็นหลัก นอกจากมีทองเอก ของหวานชะมด ของหวานสามสหาย ของหวานโพรงแสม มันรังนก บางที่ใช่ของหวานพระพายแล้วก็ของหวานละลอดก็มี ในบางเขตแดน ใช้ กะละแม ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว ขนมชั้น ของหวานแฉะ ของหวานเปี๊ยะ ถ้าหากเป็นตอนตอนเช้า ยังไม่ถึงเวลาของกิน จะมีการเลี้ยงอาหารว่างเรียก รับประทานสามถ้วย ดังเช่น ข้าวเหนียวกะทิ ข้าวตอกแตกนำน้ำกะทิ ขนมลอดช่องกะทิ บางพื้นที่ใช้ มันกะทิ เม็ดแมงลักกะทิ บางเขตแดนใช้ของหวานต้มด้วย

พิธีสมรสของคนไทยชาวมุสลิม จะมีพิธีการรับประทานสมางัตซึ่งเป็นการป้อนข้าวและก็ของหวานให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว ของหวานที่ใช้มี กะละแมหรือของหวานดอดอย ของหวานก้อหรือตูปงปูตู ของหวานลาและก็ข้าวพอง

ของหวานที่ใช้ในงานบรรพชารวมทั้งงานทอดกฐินของคนไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีตัวอย่างเช่น ของหวานปลาหางดอก และก็ขนมลอดช่องกะทิ

ในงานฌาปนกิจศพ คนไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีนิยมเลี้ยงเม็ดแมงลักกะทิ

การบูชาเทพดาในพิธีบูชาอะไรก็แล้วแต่ได้แก่ ชูเสาฤกษ์ ตั้งศาลเจ้าใช้ของหวานต้มแดง ของหวานต้มขาว เป็นหลักในเครื่องเซ่นชุดปกติ ชุดใหญ่เพิ่ม ข้าวตอกแตก งาคั่ว ถั่วทองคำ ฟักทองแกงบวด ในพิธีทำขวัญจุกใช้ของหวานต้มขาวต้มแดงด้วยด้วยเหมือนกัน เครื่องกระยาบวชสำหรับการไหว้อาจารย์เพื่อทำผงอำนาจเจ ใช้ของหวานต้มแดงต้มขาวเหมือนกัน

พิธีการเลี้ยงผีของคนประเทศไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีใช้ ขนมบัวลอย ของหวานทอด

ของหวานที่ใช้ในพิธีการไหว้คุณครูมวยไทยรวมทั้งกระบี่กระบอง ดังเช่น แกงบวด (กล้วย เผือกหรือมัน) เผือกต้ม มันต้ม ของหวานต้มแดงต้มขาว ขนมชั้น ถ้วยฟู ฝอยทองคำ เม็ดขนุน

สำหรับเพื่อการเล่นผีหิ้งของชาวชอง บนหิ้งมีของหวานต้ม



Post by ละลิตา :: Date 2020-12-08 10:50:02


[1]

Opinion No. 1 (4179819)

 918kiss

By ณเดชณ์ Date 2020-12-08 10:50:34



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail