อยู่รอดแล้วก็รุ่งโรจน์บนพระจันทร์


 การเป็นนักบินอวกาศเป็นยังไง

NASA ต้องหาแนวทางที่แยบคายสำหรับเพื่อการทำให้นักบินอวกาศมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมของพระจันทร์ที่ไม่เป็นมิตรซึ่งจะฆ่าผู้ใดก็ได้ที่ไม่มีชุดเครื่องใช้ไม้สอยที่สมควรในทันทีทันใด แม้กระนั้นนอกเหนือจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้ปรับปรุงเทคโนโลยีที่ทำให้นักบินอวกาศเขยื้อนได้ สิ่งนี้ทำให้พวกเขาสามารถตรวจผิวพระจันทร์รวมทั้งแปลกใจกับ“ ความไม่เป็นระเบียบร้างอันงาม” ของมัน 918kiss

อยู่รอดแล้วก็รุ่งโรจน์บนพระจันทร์

มีเหตุมีผลที่ดีที่พระจันทร์เป็นหินที่ไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตใดๆก็ตามที่พากเพียรจะเอาชีวิตรอดบนผิวพระจันทร์จำเป็นที่จะต้องจัดการกับอุณหภูมิในช่วงกลางวันที่สูงถึง 127 ° C รวมทั้งต่ำถึง -173 ° C ในเวลากลางคืน พวกเขาจึงควรทำขึ้นเพื่อทนต่อรังสีอวกาศจากรังสีคอสมิกรวมทั้งเปลวสุริยะที่ทอดดีเอ็นเอ รวมทั้งพวกเขาไม่อาจจะเป็นผู้หายใจหรือผู้กินน้ำได้อย่างแน่แท้ น้ำน้อยที่อยู่ในนั้นถูกขังอยู่ในน้ำแข็งหรือหินและก็ชั้นบรรยากาศบางๆนั้นไม่สามารถที่จะระบายออกได้อย่างที่มันได้รับ

มนุษย์แจ่มชัดมิได้ถูกผลิตขึ้นเพื่อพระจันทร์ แล้วนักบินอวกาศอะพอลโลรอดมาได้เช่นไร? คำเดียว: ความฉลาด โมมองลดวงจันทร์ที่ลงหยุดของนักบินอวกาศอพอลโลบนพระจันทร์เป็นยานอวกาศที่จริงจริงลำแรก นี่เป็นเนื่องจากไม่ราวกับก่อนหน้าที่ดำเนินชีวิตการทำงานทั้งหมดทั้งปวงในที่ที่ไม่มีอากาศของอวกาศ มันคุ้มครองป้องกันนักบินอวกาศจากรังสีและก็อุกกาบาตขนาดเล็กด้วยฟอยล์ฉนวนคุ้มครองปกป้องหลายชั้น แล้วก็มันมีตัวถังที่แข็งแรงซึ่งทำมาจากแท่งอลูมินัมแข็ง

ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดของการออกแบบเป็นระบบควบคุมสภาพแวดล้อม ด้วยเซ็นเซอร์รวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพียงแค่เล็กๆน้อยๆก็เลยปฏิบัติงานได้เสมือนเครื่องยนต์กลไกที่สลับซับซ้อน ระบบนี้ถ่ายออกสิเจนแล้วก็น้ำจากถังนอกห้องโดยสาร หลังจากนั้นป้อนออกสิเจนเข้าไปในห้องโดยสารรวมทั้งยังเพิ่มแรงกดดันตัวถังจัดแจงอุณหภูมิและก็หาน้ำให้กับนักบินอวกาศ เป็นไปตามเจตนาและก็เป้าประสงค์ทั้งปวงเส้นชีวิตของพวกเขาออกไปเรื่อย

นักบินอวกาศของอพอลโลบางทีอาจไม่มีอันตรายในโมมองลดวงจันทร์ แม้กระนั้นแน่ๆว่าพวกเขาป่วย ไม่มีอุปกรณ์สำหรับอำนวยความสะดวกสำหรับทำกับข้าวหรือซักผ้ารวมทั้งการชี้แจงเหตุการณ์ห้องสุขาอย่างนอบน้อมนั้นเป็น "เบื้องต้น" ด้วยพื้นที่ใช้สอยเพียงแต่ 4.5 m มันก็แออัดคับแคบมากมาย นักบินอวกาศไม่มีที่จะนั่ง และก็แม้จำเป็นที่จะต้องนอนก็จำเป็นต้องโหนเปลผ่านห้องโดยสารหรือหามุมว่าง

 

สำเร็จให้การออกมาจากโมมองลดวงจันทร์บางทีอาจช่วยทุเลาได้ สำหรับเพื่อการทำแบบนี้พวกเขาจะต้องระบายอากาศทั้งปวงออกมาจากห้องโดยสารแล้วคลานเท้าก่อนผ่านฟักและก็ลงบันไดจนกระทั่งสุดท้ายพวกเขาก็สัมผัสกับดินพระจันทร์

เมื่อพวกเขาระบายอากาศอย่างเดียวที่ช่วยพวกเขาจากความตายได้ก็คือหน่วยเคลื่อนนอกยานพาหนะซึ่งรู้จักกันดีในชื่อชุดอวกาศ ชุดกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ แม้กระนั้นจำเป็นต้องรักษาชีวิตของนักบินอวกาศ แต่ว่ายังจำต้องให้ความคล่องตัวในระดับที่พอดีด้วย

การออกแบบชุดอวกาศมีหลายชั้น นักบินอวกาศใส่เสื้อชั้นในไนลอนระบายความร้อนด้วยน้ำ 12 ชั้นที่ทำมาจากผ้าฉาบเทฟลอนสีขาวไม่ติดไฟและก็อุปกรณ์ระดับสูงอื่นๆที่รับแรงกดแล้วก็ปกป้องความร้อนรวมทั้งการครูดขีด การเคลื่อนไหวมีให้โดยข้อต่อยางที่สลับซับซ้อนที่ไหล่ศอกข้อมือบั้นท้ายข้อเท้าและก็เข่า แล้วก็ตัวเชื่อมโลหะช่วยทำให้นักบินอวกาศสามารถติดถุงมือรวมทั้งหมวกกันน็อค Fishbowl ที่ปิดผนึกได้นอกจากนั้นพวกเขายังใส่รองเท้าหุ้มส้นคุ้มครองรวมทั้งกระเป๋าเป้ประคองชีวิตแบบนำพาที่มีออกสิเจนวัสดุอุปกรณ์กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทั้งน้ำหล่อเย็น

ถ้าหากพวกมันอยู่บนโลกนักบินอวกาศเกือบจะไม่สามารถที่จะยืนขึ้นได้โดยทั้งยังชุดมีมวลโดยประมาณ 80 กก. แต่ว่าจำเป็นต้องขอบคุณมากแรงโน้มถ่วงที่อ่อนแอของพระจันทร์ทำให้ชุดสูทมีน้ำหนักไม่เกิน 14 กิโลบนผิวพระจันทร์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวแม้ว่าจะมีรูปลักษณ์ที่มองเป็นไม้ แต่ว่าชุดอวกาศของอพอลโลก็ค่อยแล้วก็ยืดหยุ่นพอเพียงสำหรับในการเดินบนพระจันทร์

ตามความเป็นจริงนักบินอวกาศสามารถเดินบนพระจันทร์ได้ทีละหลายชั่วโมง ขณะที่อยู่ด้านนอกพวกเขาดำเนินการหลายประเภทเพื่อทดลองความยืดหยุ่นของชุดอวกาศ พวกเขาเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างดินรวมทั้งหินพระจันทร์ทดสอบการใช้งานปักธงตรวจสอบและก็ถ่ายรูปผิว ในระหว่างภารกิจ Apollo 14 ผู้บังคับบัญชา Alan Shepard ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีว่าเป็นคนประเทศอเมริกาคนแรกที่เดินทางสู่อวกาศในปีพ. ศาสตราจารย์ 2504 แม้ว่าจะมีเวลาเล่นกอล์ฟบางส่วน

หน้าจอยทางจันทรคติ

ปัญหาใหญ่เป็นทางเท้าบนดวงจันทร์พวกนี้มีเท่านั้นเอง: เดิน การสำรวจที่ จำกัด นี้เป็นระยะทางสั้นๆบริเวณจุดลงหยุด สิ่งที่แน่ชัดเร็วนี้ๆก็คือนักบินอวกาศกลุ่มนี้อยากการขนส่ง สามภารกิจท้ายที่สุดที่ทำให้มนุษย์ลงหยุดบนพระจันทร์ - อพอลโล 15, 16 รวมทั้ง 17 - ได้มาในลักษณะของยาน Lunar Roving รถยนต์คันนี้มีชื่อเสียงกันดีในชื่อรถยนต์บั๊กกี้พระจันทร์

Moon buggies เป็นรถยนต์ขับสี่ล้อที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาดเท่า Volkswagen Beetle พวกเขาใช้หน้าจอยสติ๊กรูปตัว T แทนพวงดอกไม้เพื่อไปไหนมาไหน ความเร็วสูงสุดที่ออกจะช้าที่ 13 กิโลเมตร / ชั่วโมง มิได้หยุดการเดินทางไกลถึง 8 กิโลจากจุดลงหยุดและก็ครอบคลุมระยะทางรวม 88 กม.ในสามภารกิจ นักบินอวกาศใช้ยานตรวจสอบพระจันทร์เก็บเนื้อเก็บตัวอย่างหินจากพื้นที่กว้างกว่าที่เคยทำเป็น สิ่งนี้ช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกันอยู่ขึ้นเกี่ยวกับผิวของพระจันทร์



Post by เอมิกา :: Date 2020-12-24 13:16:26


[1]

Opinion No. 1 (4183090)

 <p><a href="https://scrdragon.com/">918kiss</a></p>

By ณเดชณ์ Date 2020-12-24 13:17:00



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail