หมู่บ้านมอแกน article

 

 

*****หมู่บ้านมอแกน*****

 

 

                ในประเทศไทย มีชาวเลอยู่ 3 กลุ่ม คือ มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย ทั้งสามกลุ่มพูดภาษาตระกูลออสโตรนีเชียน แต่ทว่าแต่ละกลุ่มก็มีภาษาย่อยของตนเองซึ่งเป็นภาษาพูด ไม่มีภาษาเขียน และต่างก็มีวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง แต่มีประเพณีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันเช่น พิธีฉลองวิญญาณบรรพบุรุษและพิธีลอยเรือ

ชาวเลมอแกลน มีประชากรประมาณ 2,500 คน กระจายตัวอยู่ตามหมู่บ้านในจังหวัดพังงาและภูเก็ต มีภาษาที่คล้ายคลึงกับภาษามอแกน จึงสามารถสื่อสารกับมอแกนได้ มอแกลนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวรมานานกว่าร้อยปีทำให้ผสมผสานภาษาและวัฒนธรรมไทยค่อนข้างมาก มีสถานะเป็นพลเมืองไทย บางครั้ง จึงเรียกว่า “ไทยใหม่” เด็กๆ เข้าศึกษาในโรงเรียนในท้องถิ่น หลายคนนับถือศาสนาพุทธ แต่ยังคงเชื่อในวิญญาณบรรพบุรุษและมีงานฉลองใหญ่ในอำเภอ บางสัก จังหวัดพังงา ทุกปี

ชาวเลอูรักลาโว้ย มีประชากรประมาณ 4,000 คน เป็นชาวเลกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อูรักลาโว้ยตั้งถิ่นฐานอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ บริเวณชายฝั่งหรือบนเกาะในจังหวัดภูเก็ต กระบี่และสตูล ถึงแม้ว่าจะมีการผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยและกลายเป็น “ไทยใหม่” แต่อูรักลาโว้ยในหลายหมู่บ้านยังคงมีพิธีลอยเรือปีละ 2 ครั้ง

ชาวเลมอแกน มีประชากรในประเทศไทยประมาณ 400 คน และในประเทศเมียนมาร์อีกประมาณ 2,000-3,000 คน ส่วนใหญ่ยังคงมีชีวิตกึ่งเร่ร่อน เดินทางทางทะเลบ่อยครั้ง มีพิธีประจำปีคืองานฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ จัดขึ้นปีละครั้ง ในช่วงนี้มอแกนจากเกาะต่างๆ จะชุมนุมกันเพื่อร่วมงานฉลองโดยงดออกทะเล 3 วัน 3 คืน ประมาณ 20- 30 ปีที่ผ่านมา มีมอแกนหลายครอบครัวที่ตั้งหมู่บ้านค่อนข้างถาวรที่หมู่เกาะสุรินทร์ วิถีชีวิตที่อพยพโยกย้ายอยู่บ่อยครั้งและเน้นการยังชีพ เก็บหาอาหารจากธรรมชาติ ไม่ได้ทำลายความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพในหมู่เกาะสุรินทร์

การทำลายระบบนิเวศน์รอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์ส่วนใหญ่เกิดจากการทำประมงผิดกฎหมายโดยเรือประมงพาณิชย์ ก่อนที่จะมีการติดตั้งทุ่นผูกเรือ การทอดสมอของเรือท่องเที่ยวทำให้ปะการังแตกหักเสียหาย การประกาศพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524 ทำให้มีกฎระเบียบในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น

ในขณะเดียวกันมอแกนก็เริ่มตั้งหลักแหล่งอยู่ถาวรมากขึ้น เนื่องจากเปลือกหอยและสัตว์ทะเลหลายชนิดมีราคาดี จึงทำให้มอแกนนำทรัพยากรเหล่านี้ไปขายเพื่อซื้อข้าวสารและสิ่งจำเป็นอื่นๆ ดังนั้น การจัดการอุทยานหมู่เกาะสุรินทร์ควรจะส่งเสริมให้ชาวเลมอแกนทำมาหากินได้อย่างไม่เบียดเบียนธรรมชาติ พึ่งพาตนเองได้ มีความภาคภูมิใจในสังคมวัฒนธรรมของตน และการจัดการควรต้องคำนึงถึงรากฐานทางวัฒนธรรมและความต้องการพื้นฐานของมอแกนด้วย

ประชากรมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์

ประชากรมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์มีจำนวนขึ้นลงอยู่ระหว่าง 200 - 300 คน เนื่องจากบางครอบครัวยังอพยพโยกย้ายไปมา และมีการเดินทางไปมาเพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องอยู่เสมอ อัตราการเกิดค่อนข้างสูง แต่อัตราการตายของเด็กทารกก็สูงด้วยเช่นเดียวกัน มอแกนส่วนใหญ่มีอายุขัยไม่ยืนยาวนัก การติดสาร เสพติด เช่น ยาเส้น เหล้าขาว และสารกระตุ้นอื่นๆ ซึ่งต้องเพิ่มปริมาณการใช้มากขึ้นๆ เพื่อให้ทำงานหนักและอดทนได้ยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ชายมอแกนซึ่งต้องออกทำมาหากินทางทะเลเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก และ ทำให้จำนวนประชากรหญิงชายมอแกนมีสัดส่วนที่ไม่ สมดุล นอกจากนั้น ยังทำให้หญิงหม้ายมีภาระต้อง เลี้ยงดูสมาชิกในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ทางทำมา หากินจำกัดลง

**** สิ่งที่น่าสนใจบนหมู่บ้านมอแกน ****

                                          

ที่มา : โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




Attraction

อ่าวช่องขาด article
อ่าวไม้งาม article
อ่าวกระทิง article
อัตราค่าบริการต่างๆ article
คำแนะนำ article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล